You are here : Home Knowledge Articles ถ้วยรองยาง

ถ้วยรองยาง

E-mail Print

ในอดีตถ้วยรองยางที่ชาวสวนยางใช้ คือ กะลามะพร้าว เนื่องจากพื้นที่ปลูกต้นยางอยู่ในภาคใต้ และมีการปลูกต้นมะพร้าวเป็นจำนวนมาก ทำให้มีกะลามะพร้าวที่ไม่ได้เอาใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นเหลือทิ้ง ข้อดีของการใช้กะลามะพร้าว คือ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เนื่องจากเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แต่ปัจจุบันมีการนำกะลามะพร้าวไปทำถ่าน ในบางพื้นที่อาจต้องซื้อ ในราคาประมาณ 2-3 บาท ข้อเสียของการใช้กะลามะพร้าว คือ น้ำยางติด และเมื่อใช้ไปนานๆ ก็จะกรอบและแตก แต่เมื่อยางพารามีราคาดี ชาวสวนมะพร้าวหันไปปลูกต้นยางพารากันมากขึ้น พื้นที่ปลูกมะพร้าวน้อยลง ทำให้กะลามะพร้าวหายากในบางพื้นที่ นอกจากกะลามะพร้าวแล้วยังมีการใช้ถ้วนดินเผาซึ่งทำจากดินท้องถิ่น เคลือบด้วยเคลือบขี้เถ้า และเผาในเตาฟืนถ้วยชนิดนี้มีผิวหยาบ ผิวเคลือบไม่มัน ทำให้น้ำยางติดถ้วย หนาและมีน้ำหนักมาก จึงไม่เหมาะกับพื้นที่ปลูกยางที่อยู่บนเขา เพราะการขนถ้วยรองยาง ขึ้นบนเขามีความยากลำบาก และมีราคาแพง คือ ประมาณ 12-14 บาท เนื่องจากมีผู้ผลิตจำนวนน้อยชาวสวนยางจึงหันมาใช้ถ้วนพลาสติกแทนกะลามะพร้าวและถ้วยดินเผา ถ้วยพลาสติกมีข้อดี คือ ราคาถูก ประมาณ 7-9 บาทขึ้นอยู่กับขนาดความจุ แต่มีข้อเสีย คือ ไม่ทนทาน เนื่องจากต้องตากแดดตากฝน เป็นสาเหตุให้พลาสติกกรอบและแตก ทำให้ต้องเปลี่ยนถ้วยรองยางบ่อย บางครั้งใช้ได้เพียง 1-2 ปี ก็กรอบและแตก ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเม็ดพลาสติกที่นำมาใช้ในการผลิต อีกทั้งถ้วยพลาสติกมีน้ำหนักเบา ทำให้ปลิวไปจากต้นยางเมื่อมีลดพัดแรง   รายละเอียด

Last Updated ( Wednesday, 01 November 2017 21:08 )